ทำไมพันธมิตรถึงทำเพื่อเด็จการ
November 18, 2008
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (หรือความจริงเพื่อเผด็จการ) เตรียมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อีกรอบหากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ร่างโดย สสร ที่มาจากการสรรหาโดยเผด็จการทหารที่ได้อำนาจมาจากการโค่นล้มรัฐบาลสมัยนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ในปี พ.ศ. 2549
หากมองในแง่การต่อสู้ทางการเมือง การกระทำของพันธมิตรเป็นการป้องกันการทุจริตของนักการเมืองที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในอำนาจที่ได้มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นความตั้งใจที่ดี
แต่ในทางปฏิบัติ กลุ่มพันธมิตรกำลังแสวงหาการเมืองในรูปใหม่ที่ประชาธิปไตยไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตนได้ (เนื่องจากไม่ไดรับเสียงสนับสนุนเพียงพอ) นั่นคือเผด็จการในรูปแบบใหม่ หรือ Neo-Dictatorship ที่อาศัยทหารเป็นเครื่องมือในการรวบรวมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ
เครื่องมือดังกล่าวยังสามารถนำไปสู่การกำจัดศัตรูทางการเมืองผ่านเครื่องมืออีกรูปแบบที่เรียกว่ากฎหมายที่ฝ่ายมีอำนาจสามารถเขียนหรือแก้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้ตามต้องการ
การเมืองในรูปแบบใหม่ที่นำเสนอโดยพันธมิตรจึงเป็นการรวบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จโดยกลุ่มคนที่มาจากการสรรหาถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับตัวแทนฝ่ายประชาชนเพียง 30 เปอร์เซ็นต์
ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความต้องการครอบงำอำนาจทางการเมืองที่สามารถบันดาลให้ทุกสิ่งเป็นไปได้ตามที่ฝ่ายตนต้องการ
สมติว่า ตัวแทนจากการสรรหาทุกคนเป็นฝ่ายพันธมิตร จะเกิดอะไรขึ้นกับการเมืองไทย?
หากมีการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้น ตัวแทนจากประชาชนเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ จะมีเสียงเพียงพอในการคัดค้านและตรวจสอบหรือไม่?
ตัวแทนจากการสรรหา จะทำหน้าที่เพื่อคนยากจนที่เป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศหรือเพื่อกลุ่มผลประโยชน์ที่คัดเลือกพวกเขาเข้ามา?
พันธมิตร ยังมีทิฐิในการดูถูกเหยียดหยามคนยากจนที่เลือก สส. พรรคพลังประชาชนว่าเป็นคนโง่ ไม่ฉลาดและถูกซื้อได้ด้วยเงินเพียงน้อยนิด
หลักฐานดังกล่าวสามารถพิสูจน์ได้ในบอร์ดแสดงความคิดเห็นของเว็บไซต์ทั่วไปที่เปิดโอกาสให้ผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็น
การเมืองในรูปแบบใหม่ของพันธมิตรอาจเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับหลายๆ คนที่มองไม่เห็นทางออกสำหรับวิกฤตการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย ณ ขณะนี้
แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะ?
คนยากคนจนซึ่งเป็นพลเมือง 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ที่กลุ่มคนที่มาจากการสรรหามองว่าเป็นคนโง่จะได้รับการดูแลหรือไม่?
มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่กลุ่มคนที่มาจากการสรรหามัวเมาในอำนาจที่ได้มาแบบไร้ขีดจำกัด ดังเช่นฝ่ายออกกฎหมายที่แต่งตั้งโดยฝ่ายยึดอำนาจจกรัฐบาลที่ทำหน้าที่ออกกฎหมายรายวันโดยไม่คำนึงถึงแม้แต่สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน?
คำถามที่กลุ่มพันธมิตรเองก็ยังให้คำตอบไม่ได้:
ถ้าเป็นเช่นนั้น การมี สส. โกงกินเต็มรัฐสภาจะดีกว่า การมีกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจอย่างไร้ขีดจำกัดและไร้ซึ่งการตรวจสอบ หรือไม่?
บางที ประชาชนคนไทยอาจไม่ต้องการ ฮีโร่ ฝ่ายบู๊เข้ามานั่งบริหารบอร์ดรัฐวิสหกิจเพื่อเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายหลายล้านบาทสำหรับพาครอบครัวและญาติมิตรไปดูงานในต่างประเทศ ในขณะอีกหลายล้านคนยังไม่รู้จะเอาอะไรกรอกหม้อสำหรับอาหารมื้อเย็น
Entry Filed under: การเมือง. .
Trackback this post | Subscribe to the comments via RSS Feed